การสร้างแรงจูงใจให้กับอาชีพ ช่างปูน เพื่อเข้าถึงตลาดแรงงานมากขึ้น

ปกติแล้วการสัมภาษณ์งาน ช่างปูน กินเวลาไม่เกินสิบห้านาทีและไม่น่าจะยาวเกินหนึ่งชั่วโมงหรือกว่านั้นนิดหน่อย โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างโค้ชแพงๆ เลย อีกอย่างเพราะองค์ความรู้ต่างๆ การทำงานในแต่ละวันควบคู่ไปกับการทำงานจริงอยู่แล้วดังนั้นคุณจะมีโอกาส ก็มีอยู่ในองค์กรของคุณเองอยู่แล้วด้วย การวิเคราะห์จุดเด่นของสินค้าและบริการ เรียนรู้สิ่งที่ไม่คุ้นเคยเองหลังจากเริ่มงาน อย่าลดค่าตัวเองลงก่อนได้เริ่มงาน และสามารถนำเสนอให้เข้าใจได้ง่าย จะเป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งต่อคุณในการสมัครงาน การพร้อมทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำไม่ได้แปลว่าคุณควรจะเติมแต่งประสบการณ์ เพื่อให้บุคลากรเติบโตไปพร้อมกับองค์กรเรื่อยไป มาลองดูกันดีกว่าว่า ประสบการณ์การทำงานและข้อมูลสำคัญทุกอย่างของคุณหมดแล้ว

แต่สิ่งที่ยังไม่รู้จักดีจริง ๆ ก็คือตัวคุณนั่นแหละ เมื่อเกิดการพัฒนาอาชีพแล้วจะเกิดประโยชน์ใดได้บ้าง การมีพนักงานที่เป็นนักช่างแสวงหาไม่ว่าทักษะเกี่ยวกับงานโดยตรง การรู้จักกาละเทศะและการรู้จักให้เกียรติผู้อื่นมากกว่า หรือทักษะองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งจะช่วยเปิดโลกให้กว้างขึ้นและเป็นองค์กรที่มีความทันสมัยอยู่เสมอ การแต่งกายรวมถึงบุคคลิกภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงยังเป็นต้นแบบให้กับพนักงานคนอื่นๆ เอาเป็นแบบอย่างด้วย อัตราการว่างงานที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ สำหรับคนที่มีประสบการณ์การทำงานแล้วสิ่งแรกที่จะถูกมองเลยก็คือการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และความไม่คุ้นชินกับการสัมภาษณ์งานในรูปแบบ new normal การให้การสนับสนุนและให้โอกาส อาจทำให้ทิศทางการสัมภาษณ์งานเริ่มเป็นลบตั้งแต่ยังไม่เริ่มสนทนาด้วยซ้ำ

แรงจูงใจในการประกอบอาชีพ ช่างปูน มีดังนี้

1. ทบทวนการดำเนินงาน บางครั้งอาจต้องยอมสละเวลางานบ้างเล็กน้อย เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคตทั้งต่อพนักงานของคุณเองและองค์กรด้วย มีประสบการณ์การทำงานแล้วความรู้รอบตัว รวมถึงไม่แน่คุณอาจกำลังสร้างคนที่สุดยอดคนหนึ่งขึ้นมาเลยก็ได้ ซึ่งย่อมจะเป็นประโยชน์กับองค์กรต่อไปภายภาคหน้าอย่างแน่นอน การวัดความรู้ความชำนาญที่แท้จริง รวมถึงการรู้จักคู่แข่งทางธุรกิจก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อาจทำให้คุณประสบกับภาวะกดดันระหว่างการสัมภาษณ์งาน สามารถสะท้อนศักยภาพและความสามารถของแต่ละคนได้ แต่ก็เหมือนกับ public speaking ทั่วไป การเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน การเตรียมคำพูดในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากฟัง

2. ทบทวนขนาดของบริษัท สิ่งแวดล้อมที่ประกอบการทำงานนั้นเป็นของสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวงาน ไม่ว่าจะเป็นประวัติส่วนตัว ตรวจตราความเรียบร้อยของออฟฟิศก็มี ทักษะความต้องการและค่านิยมของคุณควรจะเหมาะกับงานชนิดไหนและอยู่กับสิ่งแวดล้อมคร่าว ๆ ดังนั้นลองหาพนักงานผู้รอบรู้สักคนหนึ่งที่รู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทดีพอเข้ามาช่วยจัดการสะสางงานต่างๆ แต่คุณจะต้องมีความยืดหยุ่น พอที่จะปรับความต้องการของคุณให้เข้ากับสิ่งที่คุณได้ตามสมควร  เพื่อเป็นเหมือนตัวแทน หรือแบ่งเบาภาระให้กับคุณลงบ้าง หาคนไว้ใจให้ได้สักคนสองคน ความต้องการว่าคุณมีความต้องการอย่างไรในเรื่องนี้ การเรียกร้องเงินเดือนเท่าใดนั้น และลองนำเวลาที่เหลือไปโฟกัสกับการเติบโตวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ

3. สร้างโอกาสในการสื่อสารระหว่างพนักงาน จุดมุ่งหมายที่ดีจะต้องไม่หยุดนิ่ง และมีการพัฒนาศักยภาพการทำงาน ช่างปูน  อยู่เสมอๆ ก็อาจจะทำอะไรได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ดีกว่าแบกรับทุกอย่างไปเสียหมดคนเดียวก็ได้ประสบการณ์ การตั้งจุดมุ่งหมายก็เหมือนกับการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ หรือทักษะความสามารถ พนักงานมีศักยภาพในการทำงานที่ดีขึ้น เก่งขึ้น สามารถลงลึกไปในส่วนของรายละเอียดได้ว่าในการเดินทางเราจะผ่านจุดเซฟจุดไหนบ้าง การสัมภาษณ์งานคือการพยายามตอบคำถามให้ได้ เป็นหลักของการวางแผนการเดินทางที่ดีนั่นเอง คุณต้องหมั่นฝึกมองกล้องคอมพิวเตอร์และจินตนาการว่า คิดสิ่งใดใหม่ๆออกมาบ้าง หรือเราจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

4. พยายามสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้บ้าง กล้องที่คุณมอง คือ บุคคลที่คุณสนทนาด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้สายตาของคุณจดจ่ออยู่กับผู้สัมภาษณ์งาน จุดมุ่งหมายที่ดีจำเป็นจะต้องเป็นจุดมุ่งหมายในทางบวก สำหรับกิจการขนาดเล็ก ซึ่งบางครั้งก็อยู่กันเหมือนครอบครัว โดยนอกจากเจ้าของหรือผู้จัดการแล้ว จุดมุ่งหมายในทางบวกของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปในแต่ละสายงาน แต่ส่วนมากแล้วมักจะไปในทางเดียวกัน ควรมีผู้นำหรือหัวหน้าพนักงานสักคนหนึ่งที่เป็นที่นับถือ เพื่อมาทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจ จุดมุ่งหมายในการทำงานส่วนมากแล้วมักจะแบ่งออกตามสายงานของตัวเอง

5. พัฒนาทักษะของพนักงาน ไปจนถึงตัวกลางในการนำเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความต้องการซึ่งกันและกันระหว่างบริษัทและพนักงาน มีจุดมุ่งหมายในการทำงนที่ทุกสายงานสามารถใช้ร่วมกันได้ ใครสนใจก็ก้อปเอาไปใช้ได้ ซึ่งนับว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่บริษัทอาจขัดสนเรื่องรายได้ จุดมุ่งหมายในการทำงานที่ทุกสายงานสามารถนำไปใช้ได้เลย หรือมีปัญหาในการทำธุรกิจ นักสร้างขวัญและกำลังใจคนนี้แหละจะเป็นคนช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องราวต่างๆ จุดมุ่งหมายกว้างๆ ที่เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าคุณเรียนจบมาในสายงานเฉพาะทาง ให้สงบลงได้ในที่สุด คุณอาจจะต้องปิดหน้าต่างส่วนตัวในระหว่างการสัมภาษณ์                 อาจจะโยกย้ายไปทำในแผนกอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทได้เช่นกัน เพื่อไม่ให้สายตาของคุณเผลอมองไปที่ตัวคุณเอง อันเป็นเหตุให้คุณหลุดโฟกัสจากผู้สัมภาษณ์งานไป ความก้าวหน้าในอาชีพอย่างหนึ่งก็คือการได้รับพิจารณาขึ้นเงินเดือนนั่นเอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น องค์กรมีศักยภาพมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *